ประมาณได้ว่า พื้นที่ทำนา 1 ไร่ ถ้าได้ข้าวเปลือก100 ถัง จะมีฟางเหลือประมาณ 3,000 กิโลกรัม
ซึ่งจะเพาะเห็ดฟางได้ถึง 300 กิโลกรัมถ้าราคาเห็ดฟางกิโลกรัมละ 50-90 บาทจะได้เงินถึง 15,000 ? 27,000 บาทดังนั้น การเพาะเห็ดฟาง จึงเป็นการใช้ฟางที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ได้มากการเพาะเห็ดฟางแบบกองเตี้ย เป็นวิธีการที่ได้ประยุกต์มาจากการเพาะเห็ดฟางแบบกองสูง
ขี้เลื่อยที่ผุแล้ว ชานอ้อย ฯลฯ เมื่อเห็ดออกดอกแล้ว ใช้เวลาระยะสั้นๆ ในการเก็บ
ผลผลิตทั้งหมด จึงเหมาะในการเพาะเป็นอาชีพ หรือเพื่อใช้กินเองในครัวเรือน
++ วัสดุ – อุปกรณ์ที่จำเป็นในการเพาะเห็ดฟาง ++ วัตถุดิบที่ใช้ในการเพาะ ใช้ฟางตากแห้งสนิทซึ่งเก็บไว้โดยไม่เปียกชื้นหรือขึ้นรามาก่อน ใช้ได้ทั้งฟางข้าวเหนียว ฟางข้าวจ้าว ฟางข้าวที่นวดเอาเมล็ดออกแล้วและส่วนของตอซังเกี่ยวหรือถอนก็ใช้ได้ดี ถ้าเปรียบเทียบวัสดุที่ใช้ในการเพาะต่าง ๆ แล้วตอซังจะดีกว่าปลายฟางข้าวนวดและวัสดุอื่น ๆ มาก เนื่องจากตอซังมีอาหารมากกว่าและอุ้มน้ำได้ดีกว่าปลายฟาง
1. เตรียมดินให้เรียบ พลิกหน้าดินตากแดดไว้ 7 วันเพื่อฆ่าเชื้อโรค
2. การเพาะเห็ดฟางแบบกองเตี้ยใช้ได้ทั้งตอซังและปลายฟางถ้าเป็นตอซังแช่น้ำให้พออ่อนตัวก็สามารถนำมาเพาะได้ ปกติจะใช้เวลาในการแช่ฟางข้าวประมาณ 1 ชั่วดมง แต่ถ้าเป็นปลายฟางแข็งๆ ควรแช่น้ำประมาณ 1-2 วัน หรือ จุ่มน้ำแล้วนำมากองสุมกัน ไว้ประมาณ 1 คืน ให้ฟางอิ่มตัวและนิ่มดีเสียก่อนจึงจะนำมาใช้งานได้ดี ถ้าเป็นผักตบชวาหรือต้นกล้วยจะสับหรือไม่สับก็ได้ แต่ต้องแช่น้ำพอนิ่มปกติจะแช่น้ำประมาณ 1-2 ชั่วโมง ก็นำมาใช้กองได้เลย
3. หลังจากแช่วัสดุที่จะเพาะในน้ำจนได้ที่ดีแล้ว ให้นำวัสดุเพาะอัดใส่กระบะไม้แบบที่วางเอาด้านป้านลงสัมผัสพื้นดิน และด้านแคบอยู่ส่วนบน โดยชั้นแรกใส่ให้สูงประมาณ 4-6 นิ้ว ถ้าเป็นตอซังให้วางโคนตอซังหันออกด้านนอก ส่วนปลายอยู่ด้านใน ใช้มือกดฟางให้แน่นพอสมควร แต่ถ้าเป็นปลายฟางควรขึ้นไปย่ำพร้อมรดน้ำให้ชุ่ม ระวังอย่าให้แฉะหรือแห้งจนเกินไป 4. นำอาหารเสริมที่ชุบน้ำแล้วโรยเป็นแถบกว้างประมาณ 2 นิ้ว รอบๆ ทั้ง 4 ด้าน โดยให้มีความหนาของชั้นเชื้อเห็ดประมาณ 1 นิ้ว
5. แบ่งเชื้อเห็ดฟางจากถุงซึ่งปกติเชื้อเห็ดฟาง 1 ถุง หนักประมาณ 200 กรัม ออกเป็น 3-4 ส่วน เท่าๆ กัน จากนั้นโรยเชื้อเห็ดฟาง 1 ส่วน โดยโรยลงบนอาหารเสริมให้ทั่วและขิดกับขอบของแบบไม้ทั้งสี่ด้าน ก็เป็นการเสร็จชั้นที่ 1
6. ทำชั้นที่ 2 และ 3 หรือ 4 ต่อไป โดยทำเหมือนกับการทำชั้นที่ 1 ทุกประการ เมื่อมาถึงขั้นสุดท้ายให้โรยอาหารเสริมและเชื้อเห็ดให้เต็มทั่วหลังแปลง
7. นำฟางที่แช่น้ำมาปิดทับให้หนา 1- 2 นิ้ว แล้วเอาแบบไม้ออกโดยใช้มือข้างหนึ่งกดกองฟางไว้และทำกองอื่นต่อไป 8. การขึ้นกองถัดไปควรกำหนดให้ขนานกับกองแรก โดยเว้นระยะห่างประมาณ 6-12 นิ้ว จากกองแรก
9. ช่องว่างระหว่างกองแต่ละกองสามารถใช้ให้เกิดประโยชน์ในการเพิ่มผลผลิตได้อีกโดยการโรยเชื้อเห็ดฟางลงไปบนช่องว่างระหว่างกองเพราะบริเวณนี้ ก็สามารถทำให้เกิดดอกเห็ดได้ จากนั้น รดน้ำดินรอบๆ กองให้เปียก 10. คลุมกองฟางด้วยผ้าพลาสติก โดยใช้ 2 ผืนเกยทับกันตรงกลางคลุมให้สูงกว่าองฟางเล็กน้อยโโยคลุมเป็นแถวๆ ถ้าอากาศร้อนให้คลุมห่าง อากาศเย็นให้คลุมชิดหรือคลุมติดกองเลย ในกรณี อากาศเย็นจัด การคลุมพลาสติกเป็นเรื่องสำคัญ ที่แต่ละแห่งในแต่ละฤดูจะต้องดัดแปลงไปตามความต้องการของเห็ด คือ ช่วงระยะแรก ราววันที่ 1-2 เชื้อเห็ดต้องการอุรหภูมิประมาณ 35-38 องศาเซลเซียส และ ในวันต่อๆ มาต้องการอุณหภูมิต่ำลงเรื่อยๆ จนราวๆ วันที่ 8-10 ซึ่งเป็นวันที่เก็บผลผลิตนั้น ต้องการอุณหภูมิราว 30 องศาเซลเซียส
11. นำฟางแห้งมาคลุมทับผ้าพลาสติกอีกครั้งนึ่งจนมิด เพื่อป้องกันแสงแดดแล้วใช้ของหนักๆ ทับปลายผ้าให้ติดพื้นกันลมตี